<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CM Music Box กล่องดนตรี สำหรับคุณ &#187; บทความมาใหม่</title>
	<atom:link href="http://www.cm-musicbox.com/category/new/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.cm-musicbox.com</link>
	<description>Unique and Fine Music Box กล่องดนตรี สุดพิเศษ สำหรับคุณ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 Dec 2011 12:23:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>วิธีติดตั้งเครื่องรุ่นมาตรฐาน 18 ตัวโน๊ต ลงในกล่องไม้</title>
		<link>http://www.cm-musicbox.com/installation/</link>
		<comments>http://www.cm-musicbox.com/installation/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 08:54:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความมาใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cm-musicbox.com/?p=342</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับลูกค้าที่ซื้อเฉพาะตัวเครื่องกล่องดนตรี (Musical Movements) ไปติดตั้งกับชิ้นงานหรือกล่องของตัวเอง ทาง CM Music Box ก็ได้จัดทำบทความสั้นๆ บทความนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางง่ายๆ ในการทำให้เสียงของกล่องดนตรีของคุณเองมีความไพเราะนะครับ การติดตั้งเครื่องแบบพื้นฐานมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบนะครับ คือแบบ ติดตั้งเครื่องกับพื้นกล่อง กับ ติดตั้งด้านในกล่อง แบบแรกคือแบบติดตั้งกับพื้นกล่องนั้นเหมาะสำหรับกรณีที่เราต้องการโชว์เครื่อง วิธีนี้จะทำให้ตัวไขลานอยู่ด้านล่าง (ใต้กล่อง) &#8212; กล่องของคุณจึงควรที่จะต้อง &#34;ยกพื้น&#34; ทางใดทางหนึ่งนะครับ เช่นอาจจะต่อขาให้กับกล่อง หรือยกพื้นกล่องขึ้นมาเหมือนกับกล่องของทาง CM Music Box ก็ได้ครับ สำหรับการติดตั้งแบบที่ 2 นั้นเป็นการติดตั้งด้านในกล่อง เหมาะสำหรับกล่องที่ไม่ได้ยกพื้น วิธีนี้เราจะกลับเอาตัวเครื่องให้ตัวไขลานมาอยู่ด้านบน แล้วซ่อนเครื่องไว้ข้างใต้ (อ่านรายละเอียดต่อด้านล่างนะครับ) มาดูแบบแรกกันเลยดีกว่า แบบโชว์ตัวเครื่อง (ตัวไขลานอยู่ด้านล่าง) ให้ทำการติดตั้งสกรู 2 ตำแหน่ง (1 และ 2&#160;ตามแสดงในภาพที่ 1) &#160;บางคนที่ได้เครื่องไปแล้วอาจจะสังเกตเห็นว่าตัวเครื่องมีรูอยู่หลายรูเหลือเกิน เจาะสกรูเพื่อยึดทุกตัวเลยดีไหม คำตอบคือไม่จำเป็นครับ สองตัวที่สำคัญที่สุดคือ จุดที่ 1 และจุดที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style:width="500px">สำหรับลูกค้าที่ซื้อเฉพาะตัวเครื่องกล่องดนตรี (Musical Movements) ไปติดตั้งกับชิ้นงานหรือกล่องของตัวเอง ทาง CM Music Box ก็ได้จัดทำบทความสั้นๆ บทความนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางง่ายๆ ในการทำให้เสียงของกล่องดนตรีของคุณเองมีความไพเราะนะครับ <img src='http://www.cm-musicbox.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> <br />
	การติดตั้งเครื่องแบบพื้นฐานมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบนะครับ คือแบบ <u>ติดตั้งเครื่องกับพื้นกล่อง</u> กับ <u>ติดตั้งด้านในกล่อง</u> </p>
<p>	แบบแรกคือแบบติดตั้งกับพื้นกล่องนั้นเหมาะสำหรับกรณีที่เราต้องการโชว์เครื่อง วิธีนี้จะทำให้ตัวไขลานอยู่ด้านล่าง (ใต้กล่อง) &#8212; กล่องของคุณจึงควรที่จะต้อง &quot;ยกพื้น&quot; ทางใดทางหนึ่งนะครับ เช่นอาจจะต่อขาให้กับกล่อง หรือยกพื้นกล่องขึ้นมาเหมือนกับกล่องของทาง CM Music Box ก็ได้ครับ สำหรับการติดตั้งแบบที่ 2 นั้นเป็นการติดตั้งด้านในกล่อง เหมาะสำหรับกล่องที่ไม่ได้ยกพื้น วิธีนี้เราจะกลับเอาตัวเครื่องให้ตัวไขลานมาอยู่ด้านบน แล้วซ่อนเครื่องไว้ข้างใต้ (อ่านรายละเอียดต่อด้านล่างนะครับ)</p>
<p style:width="500px">มาดูแบบแรกกันเลยดีกว่า</p>
<p style:width="500px"><u><strong>แบบโชว์ตัวเครื่อง (ตัวไขลานอยู่ด้านล่าง)</strong></u></p>
<p style:width="500px">ให้ทำการติดตั้งสกรู 2 ตำแหน่ง (1 และ 2&nbsp;ตามแสดงในภาพที่ 1)</p>
<p style:width="500px"><a href="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/2010/07/Fig-1.jpg" rel="lightbox[342]" title="Fig-1"><img alt="" class="alignleft size-medium wp-image-334" height="224" src="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/2010/07/Fig-1-300x224.jpg" title="Fig-1" width="300" /></a></p>
<p style:width="500px">&nbsp;บางคนที่ได้เครื่องไปแล้วอาจจะสังเกตเห็นว่าตัวเครื่องมีรูอยู่หลายรูเหลือเกิน เจาะสกรูเพื่อยึดทุกตัวเลยดีไหม คำตอบคือไม่จำเป็นครับ สองตัวที่สำคัญที่สุดคือ จุดที่ 1 และจุดที่ 2 ตามที่แสดงในภาพด้านบนครับ เพราะว่าทั้งสองจุดนี้เป็นจุดที่จะบังคับให้ตัวถังของตัวเครื่องกล่องดนตรีติดแน่นอยู่กับพื้นกล่องครับ ความสำคัญของการติดตั้งที่จะทำให้เสียงกล่องดนตรีของเรามีคุณภาพดีนั้นอยู่ที่ ปัจจัย 2-3 ดังต่อไปนี้ครับ</p>
<div style:width="500px">
<ol>
<li>ชนิดของวัสดุที่ตัวเครื่องนำไปติดตั้ง (ในกรณีนี้คือ พื้นกล่องครับ)&nbsp;- เสียงเพราะไม่เพราะก็จะอยู่ที่วัสดุชิ้นนี้นะครับ วัสดุชิ้นนี้อาจจะเป็น ไม้ กระจก เซรามิกส์ หรือวัสดุอะไรก็ได้ที่มีความแข็งแรงมากพอจะให้ตัวเครื่องยึดติดได้ และมีความสามารถในการขยายเสียงที่ตัวเครื่องกล่องดนตรีสร้างขึ้นได้&nbsp;หลายๆ ครั้งผู้ผลิตมักจะเรียกวัสดุชิ้นนี้ว่า Attenuator หรือตัวขยายเสียง อีกหลายๆ คนเรียกมันว่า &quot;Sound Board&quot; ครับ เหมือนๆ กับไม้แผ่นด้านหน้าของกีต้าร์โปร่ง หรือไวโอลินนั่นแหละครับ เพราะไม่เพราะก็อยู่ที่ Sound Board ชิ้นนี้
<p>			ในต่างประเทศนั้น คนที่ &quot;เล่น&quot; และ &quot;เสพ&quot; เสียงของกล่องดนตรีแบบเป็นจริงเป็นจังนั้นเค้าจะสนใจกันด้วยว่าเจ้า Sound Board นั้นทำมาจากไม้อะไร อย่างเช่น ไม้สน ไม้ Spruce ไม้ซีด้าร์ เป็นต้น<br />
			&nbsp;</li>
<li>อีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่อความไพเราะของเสียงก็คือ ขนาดของห้องมีตัวกล่องดนตรีวางอยู่ (Air Chamber) ถ้าเป็นที่โล่ง เช่นฝาด้านบนไม่ปิดหรือมีปริมาตรน้อย&nbsp;ผลที่ได้ก็จะเป็นอย่างหนึ่ง เช่น เสียงทุ้มไม่แน่น แต่ถ้าออกแบบให้เป็นห้องขนาดพอเหมาะพอสม แล้วเจาะรูให้เสียงออกด้วยขนาดที่เหมาะสมแล้ว เสียงที่ได้ยินจากกล่องดนตรีเล็กๆ ชิ้นนี้สามารถที่จะทำให้เราเคลิ้มไปได้เหมือนกันเชียวล่ะครับ อย่าลืมช่องทางที่จะให้เสียงออกนะครับ ถ้าลืมแล้วล่ะก็ผลที่ได้อาจจะทำให้เราได้กล่องดนตรีเสียงอู้อี้ อัดอั้น อย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว &#8212; ตำแหน่งของรูที่จะให้เสียงออกที่ดีที่สุดก็อยู่ด้านใต้ของหวีสั่งสะเทือน (Vibrating Comb) นั่นเองครับ หรือว่าผู้ผลิตบางรายอาจจะเจาะรูส่วนที่เป็นรูสำหรับตัวไขลานให้ใหญ่นิดนึงเพื่อให้เสียงออกก็ได้ครับ<br />
			&nbsp;</li>
</ol>
</div>
<p>ข้อควรระวังอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ทำกล่องดนตรีเองก็คือ เวลาติดตั้งชิ้นงานจะต้องยึดตัวถังของเครื่องให้แนบสนิทติดแน่นกับ Sound Board นะครับ เพื่อให้ความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น (สัญญาณเสียง) สามารถส่งผ่านจากตัวเครื่องไปยัง Sound Board ได้ดีที่สุด ในบางกรณีหากเราติดตั้งตัวเครื่องกับ Sound Board โดยตรงแล้วเกิดความรู้สึกว่าเสียงที่ได้ &quot;แข็ง&quot; เกินไป เราอาจจะปรับปรุงได้โดยการบุผ้ารองไว้สักชั้นหนึ่ง ก็จะพอช่วยได้ครับ อันนี้ต้องแล้วแต่รสนิยมด้วยนะครับ เพราะหลายๆ คนก็จะบอกว่าบุผ้าแล้วทำให้เสียงนุ่มเกินไปอีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภาพด้านล่างนี้เป็นกล่องไม้ของทาง CM MusicBox ที่เรา &quot;ผ่าตัด&quot; ให้ดูกันชัดเลยนะครับ</p>
<p>กล่องในภาพนี้เราเลือกใช้ &quot;ไม้สน&quot; มาทำเป็น Sound Board ครับ จากการทดลอง ไม้ที่เป็นไม้จริง (Solid Wood) จะให้คุณภาพเสียงที่มีความกังวานมากกว่าไม้อัดครับ สำหรับกล่องข้างล่างนี้เราใช้ไม้สนรีดให้มีความหนาประมาณ 5 มิลลิเมตรครับ เป็นความหนาที่ทดสอบแล้วว่าให้เสียงกังวาน และเพราะที่สุด (สำหรับไม้ชนิดนี้) ครับ</p>
<p><a href="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/2010/07/Fig-3.jpg" rel="lightbox[342]" title="Fig-3"><img alt="" class="alignleft size-medium wp-image-336" height="223" src="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/2010/07/Fig-3-300x223.jpg" title="Fig-3" width="300" /></a></p>
<p>ในภาพแสดงขนาดของรูที่เราเจาะสำหรับติดตั้งสกรู และสำหรับตัวไขลานนะครับ</p>
<p>ข้อสังเกตุอย่างหนึ่งก็คือ สกรูนั้นจะส่งจากด้านล่างผ่านไม้ขึ้นไปยึดกับเกลียวของตัวเครื่องที่อยู่ด้านบน การทำอย่างนี้มีข้อดีก็คือว่า สกรูนั้นเป็นโลหะ และตัวเครื่องด้านบนก็เป็นโลหะ การยึดตัวเครื่องแบบนี้ตัว Sound Board จะถูกหนีบอยู่ตรงกลางระหว่างตัวเครื่องกับตัวสกรูที่อยู่ด้านล่าง ส่วนทีรับแรงบีบจริงๆ คือตัวเกลียวของสกรูกับเกลียวของเครื่องซึ่งเป็นโลหะทั้งคู่ ทั้งแข็งแรงกว่าและทนทานกว่าในระยะยาวครับ (บางคนที่ไม่เข้าใจหลักการนี้ อาจจะพยายามติดตั้งโดยการส่งสกรูผ่านจากด้านบนลงไป โดยให้ตัวสกรูอยู่ฝั่งเดียวกันกับตัวเครื่อง แล้วปลายของสกรูไปจับยึดกับ Sound Board อีกที &#8212; การทำอย่างนี้ก็พอยอมรับได้หากชนิดและความยาวของสกรูนั้นมีความเหมาะสม &#8212; แต่อย่างไรก็ตาม กรณีที่ Sound Board เป็นไม้ ในระยะยาวการยึดติดด้วยวิธีนี้ก็มีโอกาสที่เนื้อไม้จะเปลี่ยนรูป ล้า หรืออ่อนตัวก็เป็นได้ ยังงัยก็สู้โลหะกับโลหะไม่ได้หรอกครับ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ติดต่อบทความเพิ่มเติมสำหรับการติดตั้งเครื่องแบบวางตัวไขลานไว้ด้านบน (แบบซ่อนเครื่อง) เร็วๆ นี้ครับ</p>
<p>สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ สอบถามได้โดยตรงที่ที่เบอร์ 081-473-8995 ครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับผม <img src='http://www.cm-musicbox.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<!-- PHP 5.x --><img src="http://www.cm-musicbox.com/?ak_action=api_record_view&id=342&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cm-musicbox.com/installation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวโรงงานเซรามิกส์ (1) ♪</title>
		<link>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-1/</link>
		<comments>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-1/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jun 2008 03:35:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความมาใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cm-musicbox.com/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ทีมงานของเราพาเยี่ยมชมโรงงานเซรามิกส์ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการผลิตสินค้าให้กับบริษัทของเรา โรงงานของเราตั้งอยู่ในจังหวัดลำปางไปดูกันเลยนะครับ&#160;ว่าเซรามิกส์สวยๆ ในรูปนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; ขั้นตอนแรกก็คือการออกแบบชิ้นงานต้นแบบ หรือการทำโปรโตไทพ์ (Prototype) ขึ้นมาก่อน การออกแบบชิ้นงานที่เป็นรูปทรงอิสระ หรือตุ๊กตาต่างๆ จะขึ้นแบบโดยใช้มือปั้น หรือใช้เครื่องมือต่างๆ เข้าช่วยเพื่อให้ได้รูปร่างตามต้องการ&#160;ขั้นตอนของการออกแบบนี้ทีมงานออกแบบของเราก็จะช่วยกันคิดคอนเส็ปและเสนอออกมาเป็นภาพร่าง หลังจากนั้นเราก็จะลองขึ้นรูปดู บางครั้งคอนเส็ปก็มาจากลูกค้าเหมือนกัน&#160; &#160; &#160;&#160;&#160; &#160; หลังจากที่ทำต้นแบบเสร็จแล้วกระบวนการถัดไปก็คือการทำแบบพิมพ์พลาสเตอร์ (Plaster Mould) สำหรับใช้ให้การทำก๊อปปี้ชิ้นงานออกมา ขั้นตอนก็คือ&#160;ตัวต้นแบบที่ทำเป็นปูนพลาสเตอร์ จะถูกถอดรายละเอียดออกมาเป็นแม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์อีกที แม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์ตัวนี้แหละที่เราจะเทน้ำสลิป (slip casting) ลงไป ใช้เวลาประมาณ 5 นาที แม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์ก็จะดูดดน้ำออกจากสลิปบริเวณด้านข้าง จึงทำให้นำสลิปส่วนที่ติดกับแม่พิมพ์แข็งตัว เราก็จะเทน้ำสลิปส่วนที่เหลือออก รอพิมพ์ให้แห้งสนิท แล้วก็แกะชิ้นงานออกมา &#8212; ทั้งหมดเราเรียกกระบวนการนี้ว่า &#34;การหล่อแบบเทออก (Drain Casting)&#34; หรือที่เรียกกันตามประสาช่างทั่วๆ ไปว่า &#34;หล่อกลวง&#34; &#160; &#160;&#160; ภาพนี้เป็นชิ้นงานที่แกะออกมาจากแม่พิมพ์แล้ว ยังมีความแข็งไม่มากนัก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ชิ้นงานพวกนี้จะถูกนำไปตากแดดเพื่อให้แห้งสนิทจริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ทีมงานของเราพาเยี่ยมชมโรงงานเซรามิกส์ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการผลิตสินค้าให้กับบริษัทของเรา โรงงานของเราตั้งอยู่ในจังหวัดลำปางไปดูกันเลยนะครับ&nbsp;ว่าเซรามิกส์สวยๆ ในรูปนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร&nbsp;</p>
<p><img height="202" alt="" width="300" align="left" src="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/image/finished%20product.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p style="text-align: justify"><img height="122" alt="" hspace="15" width="200" align="right" vspace="15" src="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/image/design%20team.jpg" />ขั้นตอนแรกก็คือการออกแบบชิ้นงานต้นแบบ หรือการทำโปรโตไทพ์ (Prototype) ขึ้นมาก่อน การออกแบบชิ้นงานที่เป็นรูปทรงอิสระ หรือตุ๊กตาต่างๆ จะขึ้นแบบโดยใช้มือปั้น หรือใช้เครื่องมือต่างๆ เข้าช่วยเพื่อให้ได้รูปร่างตามต้องการ&nbsp;ขั้นตอนของการออกแบบนี้ทีมงานออกแบบของเราก็จะช่วยกันคิดคอนเส็ปและเสนอออกมาเป็นภาพร่าง หลังจากนั้นเราก็จะลองขึ้นรูปดู บางครั้งคอนเส็ปก็มาจากลูกค้าเหมือนกัน&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<hr />
<p><img height="200" alt="" hspace="15" width="300" align="left" vspace="15" src="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/image/plaster%20mould.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify">หลังจากที่ทำต้นแบบเสร็จแล้วกระบวนการถัดไปก็คือการทำแบบพิมพ์พลาสเตอร์ (Plaster Mould) สำหรับใช้ให้การทำก๊อปปี้ชิ้นงานออกมา ขั้นตอนก็คือ&nbsp;ตัวต้นแบบที่ทำเป็นปูนพลาสเตอร์ จะถูกถอดรายละเอียดออกมาเป็นแม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์อีกที แม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์ตัวนี้แหละที่เราจะเทน้ำสลิป (slip casting) ลงไป ใช้เวลาประมาณ 5 นาที แม่พิมพ์ปูนพลาสเตอร์ก็จะดูดดน้ำออกจากสลิปบริเวณด้านข้าง จึงทำให้นำสลิปส่วนที่ติดกับแม่พิมพ์แข็งตัว เราก็จะเทน้ำสลิปส่วนที่เหลือออก รอพิมพ์ให้แห้งสนิท แล้วก็แกะชิ้นงานออกมา &#8212; ทั้งหมดเราเรียกกระบวนการนี้ว่า &quot;การหล่อแบบเทออก (Drain Casting)&quot; หรือที่เรียกกันตามประสาช่างทั่วๆ ไปว่า &quot;หล่อกลวง&quot;</p>
<p><span id="more-140"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;</p>
<hr />
<p style="text-align: justify"><img height="134" alt="" hspace="15" width="350" align="right" vspace="15" src="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/image/b4%20painting.jpg" />ภาพนี้เป็นชิ้นงานที่แกะออกมาจากแม่พิมพ์แล้ว ยังมีความแข็งไม่มากนัก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ชิ้นงานพวกนี้จะถูกนำไปตากแดดเพื่อให้แห้งสนิทจริงๆ ก่อนที่จะนำมาลงสีและชุบเคลือบ (ในกรณีที่เป็นการเผาเซรามิกส์แบบ one-fire)</p>
<p style="text-align: justify">ในกรณีที่ต้องการความสวยงามเป็นพิเศษ จะมีการเผาสองรอบ เรียกว่าการเผา bisque กับการเผา glaze รอบแรกเป็นการเผาให้ดินแข็ง จะเผาที่อุณหภูมิประมาณ 800 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นจึงนำมาลงสีและชุบเคลือบก่อนที่จะเผาครั้งที่สองที่อุณหภูมิประมาณ 1,100 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับชนิดสี ชนิดเคลือบและเทคนิคของแต่ละโรงงานด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;</p>
<hr />
<p><span style="color: #ff0000"><strong>ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ ครับ<br />
</strong></span><br />
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | หน้าถัดไป &gt;&gt; |&nbsp; &gt;&gt;|</p>
<!-- PHP 5.x --><img src="http://www.cm-musicbox.com/?ak_action=api_record_view&id=140&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มนต์เสน่ห์ของ &#8220;โอทารุ&#8221;</title>
		<link>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 May 2008 15:06:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กล่องดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตคือ "การเดินทาง"]]></category>
		<category><![CDATA[บทความมาใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cm-musicbox.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; เมืองโอทารุ เป็นเมืองท่าเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น บนเกาะฮ็อกไกโด สามารถไปได้โดยการนั่งรถไฟจากซับโปโรไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราวครึ่งชั่วโมง เมืองโอทารุมีคลองที่สวยงาม และบ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกในสมัยโบราณ จึงทำให้ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในแถบซัปโปโรจะไม่ยอมพลาดที่จะแวะไปยังเมืองนี้ นอกจากบ้านเรือนสไตล์ตะวันตกกับพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่โอทารุรับมาแล้ว โอทารุยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับ กล่องดนตรี (Musicbox) เครื่องแก้ว (Glassware) กับ เซรามิกส์ (Ceramics) อีกด้วย &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img height="213" alt="" hspace="15" width="350" align="left" vspace="5" border="0" src="http://www.cm-musicbox.com/content_images/1/Otaru%201.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมืองโอทารุ เป็นเมืองท่าเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น บนเกาะฮ็อกไกโด สามารถไปได้โดยการนั่งรถไฟจากซับโปโรไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราวครึ่งชั่วโมง เมืองโอทารุมีคลองที่สวยงาม และบ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกในสมัยโบราณ จึงทำให้ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในแถบซัปโปโรจะไม่ยอมพลาดที่จะแวะไปยังเมืองนี้ นอกจากบ้านเรือนสไตล์ตะวันตกกับพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่โอทารุรับมาแล้ว โอทารุยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับ กล่องดนตรี (Musicbox) เครื่องแก้ว (Glassware) กับ เซรามิกส์ (Ceramics) อีกด้วย &nbsp; <img height="213" alt="" width="186" align="right" border="0" src="http://www.cm-musicbox.com/content_images/1/Map.gif" /></p>
<!-- PHP 5.x --><img src="http://www.cm-musicbox.com/?ak_action=api_record_view&id=27&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กำเนิดกล่องดนตรี</title>
		<link>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 May 2008 14:54:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความมาใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cm-musicbox.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[    เมื่อราวๆ สองร้อยกว่าปีมาแล้ว (คศ. 1776) ช่างทำนาฬิกาคนหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมือง Geneva Antoine Favre ได้ทดลองนำกลไกในการสร้างเสียงเข้าไปติดตั้งในนาฬิกาพก ขวดน้ำหอม และจี้ห้อยคอ โดยกลไกของสิ่งประดิษฐ์ที่เขาสร้างขึ้นนี้ใช้สิ่งที่เรียกว่า “หวี ดนตรี (music comb)” หวีดังกล่าวสร้างขึ้นจากเหล็กชุบแข็ง ซี่ของหวีแต่ละซี่จะมีความสั้นยาวไม่เท่ากันซึ่งทำให้เมื่อถูกดีดจะเกิดเสียงก้องกังวานเป็นเสียงโน๊ต ดนตรีที่สูงต่ำแตกต่างกันออกไป ทรงกระบอกอันหนึ่งจะถูกนำมาติดตั้งใกล้ๆ กับหวีดังกล่าวและถูกบังคับให้หมุนด้วยอัตราเร็วคงที่ บนทรงกระบอกนั้นจะมีเข็มเล็กๆ มากมายปักอยู่เพื่อทำหน้าที่ในการดีดซี่เหล็กของหวี ตำแหน่งต่างๆ ในการวางเข็มลงบนทรงกระบอกก็ถือได้ว่าเป็นความคิดแรกๆ ของมนุษย์ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก (Cylinder Music Boxes) อนุญาตให้ผู้ฟังสามารถเพลิดเพลินกับดนตรีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่น – ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากสำหรับคนสมัยนั้น อย่าลืมว่าเวลานั้นถ้าอยากฟังดนตรีก็ต้องมีคนเล่นดนตรีให้ฟัง – ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในเวลานั้นก็คือกล่องดนตรีหนึ่งเครื่องจะเล่นเพลงได้เพียงเพลงเดียวเท่านั้น! ภายหลังจึงได้เกิดแนวคิดของการแบ่งแทร็คของบนทรงกระบอกพร้อมๆ กับขยายช่องว่างระหว่างซี่หวี เพื่อที่จะทำให้แทร็กของเข็มเข้าไปสัมผัสกับซี่หวีได้ทีละแทร็ก วิธีนี้ทำให้เราสามารถฟังเพลงได้หลายเพลงโดยใช้ทรงกระบอกเพียงหนึ่งกระบอก ในเวลานั้นเราสามารถฟังเพลงได้มากที่สุดถึง 12 เพลงต่อหนี่งกระบอกเลยทีเดียว กล่องดนตรีแบบทรงกระบอกบางรุ่นก็พัฒนาให้สามารถเปลี่ยนกระบอกดนตรีได้ เรียกว่าแบบ Interchangeable Cylinder Music Box ถือเป็นยุครุ่งเรืองของกล่องดนตรีแบบนี้เลยทีเดียว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<div><span class="FeatureImageSpan" style="float: left;"><img class="Picture" style="margin: 0px;" src="http://www.cm-musicbox.com/content_images/musicbox_3_thumb.gif" border="0" alt="" hspace="15" vspace="5" align="left" /></span></div>
<p><span class="FeatureImageSpan" style="float: left;"> </p>
<p> </p>
<p></span><!-- The Adsense will automatically be inserted half way through the content. Applies for both Side and Middle options. --></p>
<p style="font-size: 10pt;" align="justify">เมื่อราวๆ สองร้อยกว่าปีมาแล้ว (คศ. 1776) ช่างทำนาฬิกาคนหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมือง Geneva Antoine Favre ได้ทดลองนำกลไกในการสร้างเสียงเข้าไปติดตั้งในนาฬิกาพก ขวดน้ำหอม และจี้ห้อยคอ โดยกลไกของสิ่งประดิษฐ์ที่เขาสร้างขึ้นนี้ใช้สิ่งที่เรียกว่า “หวี ดนตรี (music comb)” หวีดังกล่าวสร้างขึ้นจากเหล็กชุบแข็ง ซี่ของหวีแต่ละซี่จะมีความสั้นยาวไม่เท่ากันซึ่งทำให้เมื่อถูกดีดจะเกิดเสียงก้องกังวานเป็นเสียงโน๊ต ดนตรีที่สูงต่ำแตกต่างกันออกไป ทรงกระบอกอันหนึ่งจะถูกนำมาติดตั้งใกล้ๆ กับหวีดังกล่าวและถูกบังคับให้หมุนด้วยอัตราเร็วคงที่ บนทรงกระบอกนั้นจะมีเข็มเล็กๆ มากมายปักอยู่เพื่อทำหน้าที่ในการดีดซี่เหล็กของหวี ตำแหน่งต่างๆ ในการวางเข็มลงบนทรงกระบอกก็ถือได้ว่าเป็นความคิดแรกๆ ของมนุษย์ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว</p>
<p>กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก (Cylinder Music Boxes) อนุญาตให้ผู้ฟังสามารถเพลิดเพลินกับดนตรีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่น – ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากสำหรับคนสมัยนั้น อย่าลืมว่าเวลานั้นถ้าอยากฟังดนตรีก็ต้องมีคนเล่นดนตรีให้ฟัง – ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในเวลานั้นก็คือกล่องดนตรีหนึ่งเครื่องจะเล่นเพลงได้เพียงเพลงเดียวเท่านั้น! ภายหลังจึงได้เกิดแนวคิดของการแบ่งแทร็คของบนทรงกระบอกพร้อมๆ กับขยายช่องว่างระหว่างซี่หวี เพื่อที่จะทำให้แทร็กของเข็มเข้าไปสัมผัสกับซี่หวีได้ทีละแทร็ก วิธีนี้ทำให้เราสามารถฟังเพลงได้หลายเพลงโดยใช้ทรงกระบอกเพียงหนึ่งกระบอก ในเวลานั้นเราสามารถฟังเพลงได้มากที่สุดถึง 12 เพลงต่อหนี่งกระบอกเลยทีเดียว</p>
<p>กล่องดนตรีแบบทรงกระบอกบางรุ่นก็พัฒนาให้สามารถเปลี่ยนกระบอกดนตรีได้ เรียกว่าแบบ Interchangeable Cylinder Music Box ถือเป็นยุครุ่งเรืองของกล่องดนตรีแบบนี้เลยทีเดียว</p>
<!-- PHP 5.x --><img src="http://www.cm-musicbox.com/?ak_action=api_record_view&id=25&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กว่าจะมาเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก</title>
		<link>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 May 2008 13:29:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความมาใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cm-musicbox.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[“เพลงในตอนนั้นคือ เพลง “Butterfly” แต่เสียงของมันกลับฟังดูเหมือนใครสักคนกำลังเคาะก้นของถังน้ำอยู่ มันฟังดูทึบๆ ตันๆ อย่างไรบอกไม่ถูก“    การผลิตกล่องดนตรีแบบลองผิดลองถูกที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเวลานั้นเป็นการผลิตกล่องดนตรีแบบทรงกระบอก     อ้างอิงตามคำบอกเล่าของนายอากิฮิโกะ อิซากะ จากสำนักงานใหญ่ฝ่ายเทคโนโลยีและวิศวกรรมของบริษัท Sankyo Seiki “ความพยายามประการแรกของพวกเราในการที่จะปรับปรุงคุณภาพของเสียงก็คือการปรับปรุงรูปร่างของฟันเหล็กของแผ่นสั่นสะเทือนถ้าฟันของหวีมีความหนามากเกินไปเสียงที่ได้ก็จะออกมาแข็ง แต่ถ้าฟันของหวีบางเกินไปเสียงที่ได้ก็จะออกมานิ่มเกินไปพวกเราทำงานหนักมากเพื่อที่จะได้รูปร่างและความหนาที่เหมาะสมของฟันหวีเหล่านั้นปัญหาต่อไปที่พวกเราต้องเจอกเกี่ยวข้องกับการกำจัดเสียงรบกวน(Noise) โดยคุณลักษณะทางกลไกของกล่องดนตรีแล้ว ปัญหานี้ถือได้ว่าแก้ยากมากๆ เลยทีเดียว”ปัญหาที่ว่าก็คือ เมื่อฟันของหวีนั้นถูกดีดและเริ่มที่จะสั่นสะเทือนเพื่อทำให้เกิดเสียง มันจะกินช่วงเวลาในการกำเนิดเสียงสักพักนึงเลยทีเดียว แต่ก่อนที่มันจะหยุดสั่นสะเทือนนั้น เข็มอันถัดไปก็ใกล้เข้ามาเพื่อที่จะทำหน้าที่ดีดตัวโน๊ตถัดไป การรบกวนกันของเสียงตัวโน๊ตสองตัวนี้แหละที่ทำให้เกิดเสียงรบกวนขึ้นมาในเพลง การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้โดยการติดตัวลดการกระทบกัน (Damper)ไว้ด้านล่างของฟันหวี ทั้งนี้วัสดุที่นำมาใช้เป็นตัวลดการกระแทกก็มีคุณลักษณะพิเศษของมันอีกด้วย   “ทุกวันนี้ตัวลดการกระแทกของเราเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ แต่เมื่อตอนนั้นพวกเราได้พยายามพัฒนากล่องดนตรีของพวกเราโดยการใช้ขนไก่ และนั่นเป็นที่มาของข่าวลือร้ายๆ ว่าตั้งแต่โรงงานของพวกเราเริ่มเปิดดำเนินการ บรรดาไก่ที่ถูกเลี้ยงไว้รอบๆ โรงงานนั้นค่อยๆ หายตัวไปอย่างลึกลับ ” คุณอิซากะพูดเรื่องนี้พร้อมๆ กับหัวเราะกับความทรงจำนั้น เมื่อกล่องดนตรีได้รับการพัฒนาเรื่องเสียงให้ดีแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำตัวเครื่องดนตรีวางลงในชิ้นงานโมเซอิกไม้ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างปราณีตบรรจงในสไตล์งานหัตถกรรมพื้นบ้านของเมือง “ฮาโกเนะ” มันเป็นช่วงเวลาราวๆ ปลายปี ค.ศ. 1948 กว่าบริษัทจะพร้อมทำการส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ ในเวลานั้นกล่องดนตรีเป็นสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาเหล่าทหารอเมริกันที่มาญี่ปุ่นในเวลานั้น สิ่งนี้ได้ทำให้กล่องดนตรีเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามช่วงเวลาของกล่องดนตรีนั้นกำลังจะหมดลงพร้อมๆ กันทั่วทั้งโลก ช่วงปลายของศตวรรษที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;"><strong>“เพลงในตอนนั้นคือ เพลง “Butterfly”</strong></span></p>
<p><span><span style="color: #ff6600;"><span><strong>แต่เสียงของมันกลับฟังดูเหมือนใครสักคนกำลังเคาะก้นของถังน้ำอยู่ </strong></span></span></span></p>
<p><span><span style="color: #ff6600;"><span><strong>มันฟังดูทึบๆ ตันๆ </strong></span><strong>อย่างไรบอกไม่ถูก</strong><span><strong>“</strong></span></span></span><span><span style="color: #ff6600;"> </span></span></p>
<div>
<p> </p>
<div>
<div><span style="color: #000000;"><span><span><span style="color: #000000;">การผลิตกล่องดนตรีแบบลองผิดลองถูกที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเวลานั้นเป็นการผลิตกล่องดนตรีแบบทรงกระบอก</span></span></span></span></div>
<div><span style="color: #000000;"> </p>
<div><span> </span></div>
<p><span style="color: #000000;"><span><span style="color: #000000;"><span><img src="http://www.cm-musicbox.com/content_images/1/vibrating-comb.jpg" border="0" alt="" hspace="15" width="183" height="177" align="left" />อ้างอิงตามคำบอกเล่าของนาย</span><span>อากิฮิโกะ อิซากะ จากสำนักงานใหญ่ฝ่ายเทคโนโลยีและวิศวกรรมของบริษัท </span>Sankyo Seiki “<span>ความพยายามประการแรกของพวกเราในการที่จะปรับปรุงคุณภาพของเสียงก็คือการปรับปรุงรูปร่างของฟันเหล็กของแผ่นสั่นสะเทือน</span><span>ถ้าฟันของหวีมีความหนามากเกินไปเสียงที่ได้ก็จะออกมาแข็ง แต่ถ้าฟันของหวีบางเกินไป</span><span>เสียงที่ได้ก็จะออกมานิ่มเกินไป</span><span>พวกเราทำงานหนักมากเพื่อที่จะได้รูปร่างและความหนาที่เหมาะสมของฟันหวีเหล่านั้น</span><span>ปัญหาต่อไปที่พวกเราต้องเจอกเกี่ยวข้องกับการกำจัดเสียงรบกวน</span><span>(</span>Noise) <span>โดยคุณลักษณะทางกลไกของกล่องดนตรีแล้ว ปัญหานี้ถือได้ว่าแก้ยากมากๆ เลยทีเดียว”</span></span></span></span><span style="color: #000000;"><span>ปัญหาที่ว่าก็คือ เมื่อฟันของหวีนั้นถูกดีดและเริ่มที่จะสั่นสะเทือนเพื่อทำให้เกิดเสียง มันจะกินช่วงเวลาในการกำเนิดเสียงสักพักนึงเลยทีเดียว แต่ก่อนที่มันจะหยุดสั่นสะเทือนนั้น เข็มอันถัดไปก็ใกล้เข้ามาเพื่อที่จะทำหน้าที่ดีดตัวโน๊ตถัดไป การรบกวนกันของเสียงตัวโน๊ตสองตัวนี้แหละที่ทำให้เกิดเสียงรบกวนขึ้นมาในเพลง การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้โดยการติดตัวลดการกระทบกัน (</span><span>Damper</span><span>)</span><span>ไว้ด้านล่างของฟันหวี ทั้งนี้วัสดุที่นำมาใช้เป็นตัวลดการกระแทกก็มีคุณลักษณะพิเศษของมันอีกด้วย</span></span></p>
<p></span></div>
<p> </p>
<p><span><span style="color: #000000;">“ทุกวันนี้ตัวลดการกระแทกของเราเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ แต่เมื่อตอนนั้นพวกเราได้พยายามพัฒนากล่องดนตรีของพวกเราโดยการใช้ขนไก่ และนั่นเป็นที่มาของข่าวลือร้ายๆ ว่าตั้งแต่โรงงานของพวกเราเริ่มเปิดดำเนินการ บรรดาไก่ที่ถูกเลี้ยงไว้รอบๆ โรงงานนั้นค่อยๆ หายตัวไปอย่างลึกลับ ” คุณอิซากะพูดเรื่องนี้พร้อมๆ กับหัวเราะกับความทรงจำนั้น</span></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';"><img style="width: 147px; height: 139px;" title="musicbox" src="http://www.cm-musicbox.com/content_images/1/plaatje_klein_mermod-1.jpg" border="0" alt="" hspace="15" vspace="5" width="147" height="139" align="left" />เมื่อกล่องดนตรีได้รับการพัฒนาเรื่องเสียงให้ดีแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำตัวเครื่องดนตรีวางลงในชิ้นงานโมเซอิกไม้ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างปราณีตบรรจงในสไตล์งานหัตถกรรมพื้นบ้านของเมือง “ฮาโกเนะ” มันเป็นช่วงเวลาราวๆ ปลายปี ค.ศ. </span>1948 <span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">กว่าบริษัทจะพร้อมทำการส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ ในเวลานั้นกล่องดนตรีเป็นสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาเหล่าทหารอเมริกันที่มาญี่ปุ่นในเวลานั้น สิ่งนี้ได้ทำให้กล่องดนตรีเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามช่วงเวลาของกล่องดนตรีนั้นกำลังจะหมดลงพร้อมๆ กันทั่วทั้งโลก<br />
</span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';"><br />
<img title="Disc Musicbox" src="http://www.cm-musicbox.com/content_images/1/disc%20musicbox.jpg" border="0" alt="Disc Musicbox" hspace="15" vspace="5" width="237" height="316" align="right" />ช่วงปลายของศตวรรษที่ </span>18 <span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก</span>(Cylinder Type) <span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากชิ้นส่วนอะไหล่ของนาฬิกานั้นถือเป็นสินค้าที่หรูหรามีระดับมาก ชิ้นงานมักจะถูกออกแบบควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุอย่างดีและศิลปะที่ใช้ก็เป็นศิลปะชั้นสูงด้วย การเกิดขึ้นของกล่องดนตรีแบบจาน (</span>Disc Type<span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">) ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ </span>19</p>
<div><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">นั้นได้เพิ่มบทบาทของกล่องดนตรีให้แพร่หลายมากขึ้นด้วยความสามารถในการเปลี่ยนเพลงได้</span></div>
<div><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';"><img src="http://www.cm-musicbox.com/content_images/1/EdisonPhonograph-r.jpg" border="0" alt="" hspace="15" vspace="5" width="240" height="235" align="left" />อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีแรกของศตวรรษที่ 20 <span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">สิ่งประดิษฐ์ของโทมัส อัลวา เอดิสัน ที่เรียกว่า “โฟโนกราฟ (</span>Phonograph<span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">)” - <em>โฟโนกราฟก็คือสิ่งประดิษฐ์ที่ภายหลังได้พัฒนากลายไปเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั่นเอง</em> - </span></span></div>
<p> </p>
<p><span><span style="color: #000000;"><span>กล่องดนตรีนั้นมีอยู่ด้วยกัน</span> 2 <span>ชนิด คือ กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก (</span>Cylinder) <span>และกล่องดนตรีแบบจาน (</span>Disc Type) <span>ในกล่องดนตรีแบบทรงกระบอกนั้น เข็มเล็กๆ จะถูกนำมาติดกับทรงกระบอก</span><span>เสียงที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่เข็มเล็กๆ</span><span>เหล่านั้นทำการดีดซี่ที่มีความยาวแตกต่างกันของหวีเหล็ก</span> - <span>เราอาจจะเรียกหวีเหล็กอันนี้ในภาษาเทคนิคได้ว่า “แผ่นกำเนิดการสั่น (</span>Vibrating Plate)” &#8211; <span>สำหรับในกล่องดนตรีแบบจานนั้น</span><span>แผ่นจานเหล็กจะทำหน้าที่ในการหมุนจานเกียร์เล็กๆ ที่มีชื่อว่า “ล้อดาว (</span>Star Wheels)” <span>ที่ซึ่งทำหน้าที่ในการดีดซี่เหล็กของหวีอีกที</span></span></span></p>
<div><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นพร้อมๆ กับการเสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็วของกล่องดนตรี</span></div>
<div><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';"> </span></div>
<div><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';"> </span></div>
<p><span><span style="color: #000000;"><span>นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1948 ปีที่บริษัท Sankyo Seiki MFG. Co., ltd. ทำการผลิตกล่องดนตรีชิ้นแรกของญี่ปุ่น</span></span></span> </p>
</div>
</div>
<!-- PHP 5.x --><img src="http://www.cm-musicbox.com/?ak_action=api_record_view&id=23&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cm-musicbox.com/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติกล่องดนตรี</title>
		<link>http://www.cm-musicbox.com/19/</link>
		<comments>http://www.cm-musicbox.com/19/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 May 2008 11:10:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กล่องดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความมาใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cm-musicbox.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[กล่องดนตรีมีต้นกำเนิดมาจากระฆังในโบสถ์ที่ใช้ตีเพื่อบอกเวลา คล้ายๆ กับระฆังวัดบ้านเรา แต่ระฆังโบสท์แต่ละใบจะมีเสียงสูงต่ำแตกต่างกัน เวลาตีแล้วจะได้ยินเป็นเสียงเพลง เพลงหนึ่งที่ดังมากๆ และยังถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายมาจนทุกวันนี้ก็คือเพลงเวสมินเตอร์ ชาร์ม (Westminster Chimes) นั่นเอง ปี ค.ศ. 1796 นาย อองตวน ฟาเวร่ (Antoine Favre) ชาวเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นำเทคนิคสร้างเสียงเพลงจากระฆังนี้มาดัดแปลง โดยใช้แท่งโลหะและลูกตุ้มไปติดแทนแล้วเชื่อมโยงด้วยหมุดเหล็ก พัฒนาให้เป็นนาฬิกาเสียงดนตรี ปี ค.ศ. 1802 นายอองตวน ฟาเวร่ ได้นำผลงานประดิษฐ์ดังกล่าวมาย่อส่วนใส่ลงในกล่องยานัตถุ์ เป็นกล่องยานัตถุ์เพลง (Music snuff box) ซึ่งถือเป็นต้นแบบของกล่องดนตรีในเวลาต่อมา ปีค.ศ.1815 ทั้งกรุงเจนีวา(Geneva)และเมืองสเต-ครัวซ์ (Santa Croix)กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตกล่องดนตรี โดยนายเดวิด เลอคูลเทรถือเป็นนายช่างคนแรกที่นำโลหะทรงกระบอกมาใช้ตรึงหมุด (Pinned Cylinder)ในกล่องเพลงเป็นคนแรกทั้งเป็นคนเพิ่มซี่เหล็กทำเสียงดนตรีออกเป็น 5 ซี่ เพื่อเพิ่มเสียงตัวโน้ตมากขึ้น ขณะเดียวกันพี่น้องตระกูลนิโคลก่อตั้งโรงงานผลิตกลอ่งดนตรีชื่อ นิโคล-เฟรเรส์ พัฒนาเทคนิคทำกล่องเพลง เช่นใช้ไม้ผลมาทำเป็นตัวกล่องให้สวยงาม และใช้ตัวควบคุมการทำงานของดนตรี 3 ตัว (ตัวเปลี่ยนเสียงเพลง ตัวเริ่มและหยุดเสียง และตัวหยุดเสียงทันที)นอกจากนี้ยังประดิษฐ์ตัวไขลานติดไว้ที่ด้านซ้ายของกล่อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/2008/05/church_carillon.jpg" rel="lightbox[19]" title="church_carillon"><img class="alignleft size-medium wp-image-20" style="margin: 5px 25px; float: left;" title="church_carillon" src="http://www.cm-musicbox.com/wp-content/uploads/2008/05/church_carillon-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<ul>
<li>กล่องดนตรีมีต้นกำเนิดมาจากระฆังในโบสถ์ที่ใช้ตีเพื่อบอกเวลา คล้ายๆ กับระฆังวัดบ้านเรา แต่ระฆังโบสท์แต่ละใบจะมีเสียงสูงต่ำแตกต่างกัน เวลาตีแล้วจะได้ยินเป็นเสียงเพลง เพลงหนึ่งที่ดังมากๆ และยังถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายมาจนทุกวันนี้ก็คือเพลงเวสมินเตอร์ ชาร์ม (Westminster Chimes) นั่นเอง</li>
<li>ปี ค.ศ. 1796 นาย อองตวน ฟาเวร่ (Antoine Favre) ชาวเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นำเทคนิคสร้างเสียงเพลงจากระฆังนี้มาดัดแปลง โดยใช้แท่งโลหะและลูกตุ้มไปติดแทนแล้วเชื่อมโยงด้วยหมุดเหล็ก พัฒนาให้เป็นนาฬิกาเสียงดนตรี</li>
<li>ปี ค.ศ. 1802 นายอองตวน ฟาเวร่ ได้นำผลงานประดิษฐ์ดังกล่าวมาย่อส่วนใส่ลงในกล่องยานัตถุ์ เป็นกล่องยานัตถุ์เพลง (Music snuff box) ซึ่งถือเป็นต้นแบบของกล่องดนตรีในเวลาต่อมา</li>
<li>ปีค.ศ.1815 ทั้งกรุงเจนีวา(Geneva)และเมืองสเต-ครัวซ์ (Santa Croix)กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตกล่องดนตรี โดยนายเดวิด เลอคูลเทรถือเป็นนายช่างคนแรกที่นำโลหะทรงกระบอกมาใช้ตรึงหมุด (Pinned Cylinder)ในกล่องเพลงเป็นคนแรกทั้งเป็นคนเพิ่มซี่เหล็กทำเสียงดนตรีออกเป็น 5 ซี่ เพื่อเพิ่มเสียงตัวโน้ตมากขึ้น</li>
<li>ขณะเดียวกันพี่น้องตระกูลนิโคลก่อตั้งโรงงานผลิตกลอ่งดนตรีชื่อ นิโคล-เฟรเรส์ พัฒนาเทคนิคทำกล่องเพลง เช่นใช้ไม้ผลมาทำเป็นตัวกล่องให้สวยงาม และใช้ตัวควบคุมการทำงานของดนตรี 3 ตัว (ตัวเปลี่ยนเสียงเพลง ตัวเริ่มและหยุดเสียง และตัวหยุดเสียงทันที)นอกจากนี้ยังประดิษฐ์ตัวไขลานติดไว้ที่ด้านซ้ายของกล่อง (บริษัทนี้มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน)</li>
<li>ในช่วงปี ค.ศ. 1850-1870 ถือเป็นช่วงที่มีการประดิษฐ์กล่องดนตรีที่ประณีตที่สุดทั้งในด้านเสียงเพลงและตัวกล่อง จากนั้นในช่วงปี ค.ศ. 1880 อุตสาหกรรมการผลิตกระบอกโลหะ (Cylinder) เฟื่องฟูมาก เมื่อกล่องเพลงเป็นที่นิยมแพร่หลาย คนธรรมดาเดินดินก็ซื้อได้(ก่อนหน้านี้เฉพาะเศรษฐีหรือผู้มีอันจะกินเท่านั้นที่จะมีโอกาสเป็นเจ้าของเครื่องดนตรีชนิดนี้)</li>
<li>แต่การผลิตกล่องเพลงมาชะงักราวปี ค.ศ. 1910 เมื่อประชาชนหันไปนิยมเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เอดิสัน (Thomas A. Edison) ประดิษฐ์ขึ้น ในปี ค.ศ. 1877</li>
<li>เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจของทางยุโรปก็ซบเซาลงจนถึงขั้นขาดแคลน อุตสาหกรรมและธุรกิจกล่องดนตรีก็ค่อยๆ เลือนหายไป</li>
<li>ในปัจจุบันกล่องดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดยังคงเป็นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่บริษัทเยอรมันเองก็ไม่น้อยหน้าสามารถครองส่วนแบ่งของตลาดได้มากที่สุด</li>
</ul>
<!-- PHP 5.x --><img src="http://www.cm-musicbox.com/?ak_action=api_record_view&id=19&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cm-musicbox.com/19/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

