♬ audio files ♬

♬ sample video ♬

check out our video clips at youtube.

 

กว่าจะมาเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก

“เพลงในตอนนั้นคือ เพลง “Butterfly”

แต่เสียงของมันกลับฟังดูเหมือนใครสักคนกำลังเคาะก้นของถังน้ำอยู่

มันฟังดูทึบๆ ตันๆ อย่างไรบอกไม่ถูก 

 

การผลิตกล่องดนตรีแบบลองผิดลองถูกที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเวลานั้นเป็นการผลิตกล่องดนตรีแบบทรงกระบอก
 

 

อ้างอิงตามคำบอกเล่าของนายอากิฮิโกะ อิซากะ จากสำนักงานใหญ่ฝ่ายเทคโนโลยีและวิศวกรรมของบริษัท Sankyo Seiki “ความพยายามประการแรกของพวกเราในการที่จะปรับปรุงคุณภาพของเสียงก็คือการปรับปรุงรูปร่างของฟันเหล็กของแผ่นสั่นสะเทือนถ้าฟันของหวีมีความหนามากเกินไปเสียงที่ได้ก็จะออกมาแข็ง แต่ถ้าฟันของหวีบางเกินไปเสียงที่ได้ก็จะออกมานิ่มเกินไปพวกเราทำงานหนักมากเพื่อที่จะได้รูปร่างและความหนาที่เหมาะสมของฟันหวีเหล่านั้นปัญหาต่อไปที่พวกเราต้องเจอกเกี่ยวข้องกับการกำจัดเสียงรบกวน(Noise) โดยคุณลักษณะทางกลไกของกล่องดนตรีแล้ว ปัญหานี้ถือได้ว่าแก้ยากมากๆ เลยทีเดียว”ปัญหาที่ว่าก็คือ เมื่อฟันของหวีนั้นถูกดีดและเริ่มที่จะสั่นสะเทือนเพื่อทำให้เกิดเสียง มันจะกินช่วงเวลาในการกำเนิดเสียงสักพักนึงเลยทีเดียว แต่ก่อนที่มันจะหยุดสั่นสะเทือนนั้น เข็มอันถัดไปก็ใกล้เข้ามาเพื่อที่จะทำหน้าที่ดีดตัวโน๊ตถัดไป การรบกวนกันของเสียงตัวโน๊ตสองตัวนี้แหละที่ทำให้เกิดเสียงรบกวนขึ้นมาในเพลง การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้โดยการติดตัวลดการกระทบกัน (Damper)ไว้ด้านล่างของฟันหวี ทั้งนี้วัสดุที่นำมาใช้เป็นตัวลดการกระแทกก็มีคุณลักษณะพิเศษของมันอีกด้วย

 

“ทุกวันนี้ตัวลดการกระแทกของเราเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ แต่เมื่อตอนนั้นพวกเราได้พยายามพัฒนากล่องดนตรีของพวกเราโดยการใช้ขนไก่ และนั่นเป็นที่มาของข่าวลือร้ายๆ ว่าตั้งแต่โรงงานของพวกเราเริ่มเปิดดำเนินการ บรรดาไก่ที่ถูกเลี้ยงไว้รอบๆ โรงงานนั้นค่อยๆ หายตัวไปอย่างลึกลับ ” คุณอิซากะพูดเรื่องนี้พร้อมๆ กับหัวเราะกับความทรงจำนั้น

เมื่อกล่องดนตรีได้รับการพัฒนาเรื่องเสียงให้ดีแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำตัวเครื่องดนตรีวางลงในชิ้นงานโมเซอิกไม้ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างปราณีตบรรจงในสไตล์งานหัตถกรรมพื้นบ้านของเมือง “ฮาโกเนะ” มันเป็นช่วงเวลาราวๆ ปลายปี ค.ศ. 1948 กว่าบริษัทจะพร้อมทำการส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ ในเวลานั้นกล่องดนตรีเป็นสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาเหล่าทหารอเมริกันที่มาญี่ปุ่นในเวลานั้น สิ่งนี้ได้ทำให้กล่องดนตรีเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามช่วงเวลาของกล่องดนตรีนั้นกำลังจะหมดลงพร้อมๆ กันทั่วทั้งโลก


Disc Musicboxช่วงปลายของศตวรรษที่
18 กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก(Cylinder Type) ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากชิ้นส่วนอะไหล่ของนาฬิกานั้นถือเป็นสินค้าที่หรูหรามีระดับมาก ชิ้นงานมักจะถูกออกแบบควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุอย่างดีและศิลปะที่ใช้ก็เป็นศิลปะชั้นสูงด้วย การเกิดขึ้นของกล่องดนตรีแบบจาน (Disc Type) ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19

นั้นได้เพิ่มบทบาทของกล่องดนตรีให้แพร่หลายมากขึ้นด้วยความสามารถในการเปลี่ยนเพลงได้
อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีแรกของศตวรรษที่ 20 สิ่งประดิษฐ์ของโทมัส อัลวา เอดิสัน ที่เรียกว่า “โฟโนกราฟ (Phonograph)” - โฟโนกราฟก็คือสิ่งประดิษฐ์ที่ภายหลังได้พัฒนากลายไปเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั่นเอง

 

กล่องดนตรีนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก (Cylinder) และกล่องดนตรีแบบจาน (Disc Type) ในกล่องดนตรีแบบทรงกระบอกนั้น เข็มเล็กๆ จะถูกนำมาติดกับทรงกระบอกเสียงที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่เข็มเล็กๆเหล่านั้นทำการดีดซี่ที่มีความยาวแตกต่างกันของหวีเหล็กเราอาจจะเรียกหวีเหล็กอันนี้ในภาษาเทคนิคได้ว่า “แผ่นกำเนิดการสั่น (Vibrating Plate)” – สำหรับในกล่องดนตรีแบบจานนั้นแผ่นจานเหล็กจะทำหน้าที่ในการหมุนจานเกียร์เล็กๆ ที่มีชื่อว่า “ล้อดาว (Star Wheels)” ที่ซึ่งทำหน้าที่ในการดีดซี่เหล็กของหวีอีกที

ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นพร้อมๆ กับการเสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็วของกล่องดนตรี
 
 

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1948 ปีที่บริษัท Sankyo Seiki MFG. Co., ltd. ทำการผลิตกล่องดนตรีชิ้นแรกของญี่ปุ่น 

viagra