รู้จักกับออโตมาตา

May 29, 2008

ถ้าพูดคำว่า “ออโตมาตา (Automata)” หลายๆ คนคงไม่เคยได้ยินมาก่อน

แต่ถ้าพูดว่า “หุ่นยนต์ (Robots)” แล้วล่ะก็ เชื่อแน่ว่าพวกเราคงร้องอ๋อกันเป็นเรื่องธรรมดา
แล้วออโตมาตาคือหุ่นยนต์อย่างนั้นหรือ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร

ออโตมาตา ก็เหมือนกับเป็นคุณปู่ทวดของหุ่นยนต์นั่นเอง เพราะมันเป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ศตวรรษที่แล้ว (ช่วงศตวรรษที่ 13 – 19) บ้านเกิดของมันอยู่ในประเทศฝรั่งเศส และแถบชานแดนระหว่างฝรั่งเศสกับสวิตเซอร์แลนด์ ออโตมาตาเป็นหุ่นกล (Mechanical Dolls) ที่ถูกประดิษฐ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการแสดง หรือเอาไว้ตั้งโชว์ในบ้านของผู้มีอันจะกินเท่านั้น ชื่อที่ได้มาก็มีรากศัพท์มาจาก Automaton หรือ Automation หรือที่คนไทยเรียกว่า “อัตโนมัติ” นั่นเอง หุ่นยนต์เหล่านี้จะสามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ตามที่ถูกออกแบบไว้ เช่น เทน้ำชาจากกาน้ำลงในถ้วยแล้วยกขึ้นดื่มระหว่างที่ทำท่าทางคุยกับเพื่อนๆ ออโตมาต้าบางตัวก็เล่นดนตรี ขี่จักรยาน หรือว่านั่งเขียนหนังสือ เป็นต้น

แน่นอนว่าความสลับซับซ้อนของออโตมาตาในสมัยก่อนนั้นย่อมไม่สามารถเทียบเคียงได้กับหุ่นยนต์ในยุคสมัยปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับพวกมัน ก็คือ สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้เกิดขึ้นในยุคที่ไม่มีอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ หรือระบบควบคุมสมัยใหม่เลย งานที่เกิดขึ้นถือเป็นงานที่เรียกว่า Clockwork หรือเป็นเทคนิคที่ช่างทำนาฬิกาใช้ทำนาฬิกา ต้นแรงที่ใช้ในการเคลื่อนไหวก็มาจากลานสปริงโลหะ เวลาจะให้มันขยับก็ต้องมีการไขลาน ออโตมาตาทุกตัวที่เคลื่อนไหวได้พริ้วไหวราวกับสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้าแม้แต่ตัวเดียว

งาน Clockwork เหล่านี้ไม่สามารถเรียกได้อย่างสนิทใจว่าเป็นศาสตร์ (Sciences) หรือว่าเป็นศิลป์ (Arts) เพียงอย่างเดียว และนักประดิษฐ์ที่รังสรรค์งานเหล่านี้ก็ไม่อาจจะถูกจัดลงในกลุ่มช่างเทคนิค (Technicians) หรือว่าศิลปิน (Artist) ด้วยความที่สิ่งประดิษฐ์นี้เป็นการประสมประสานกับระหว่างศาสตร์และศิลป์กันอย่างเหมาะเจาะลงตัว

 

Karakuri and Aiboนอกจากออโตมาตาแล้ว สิ่งประดิษฐ์ที่คล้ายๆ กันยังเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นราวๆ เมื่อสี่ร้อยปีมาแล้ว (ในยุคสมัยที่บ้านเรายังเป็นกรุงศรีอยุธยาอยู่) สิ่งประดิษฐ์นี้มีชื่อว่า คาราคุริ นินเกียว (karakuri ningyo) เหมือนในรูปทางด้านซ้ายมือ [ที่มา http://www.karakuri.info ] เป็นหุ่นกลที่ถูกสร้างขึ้นในวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกับออโตมาตาของทางยุโรป แต่ออกจะเน้นไปทางด้านการสร้างความฉงนปนทึ่งให้กับผู้พบเห็นเสียมากกว่าหุ่น คาราคุริ นินเกียว นั้นถูกทำมาในหลายๆ รูปแบบ ตัวที่ดังๆ ก็อย่างเช่น หุ่นเสิร์ฟน้ำชา และหุ่นยิงธนู ผู้เขียนจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นเหล่านี้มาเสนอเพิ่มเติมในรายละเอียดต่อไป

 

 

ลิงค์ไปเว็บภายนอก (External Links)

ร้านเปิดใหม่ B-Live

May 28, 2008

เปิดแล้ววันนี้! ร้าน B-Live ของตกแต่งบ้าน ของขวัญ และกล่องดนตรี สไตล์ DIY

 

ร้าน B-Live เปิดแล้ววันนี้ที่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากลูกค้าสามารถไปเลือกชมเลือกซื้อได้ ยังไม่พอ ยังเปิดบริการให้ลูกค้าสามารถนั่งทำของขวัญเองได้ในร้านเลย ประกอบกล่องใส่ของ กล่องดนตรี ระบายสีแม็กเน็ตติดตู้เย็น หรือทำบอร์ดเอง ล้วนแล้วแต่เป็นการเปิดโอกาสให้คุณๆ ที่ชื่นชอบงานประเภท DIY ได้ประลองฝีมือกันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว        ชมตัวอย่างสินค้าภายในร้าน รูปนี้เป็นกล่องแบบสองช่อง ด้านนึงเอาไว้ใส่ของ อีกด้านนึงเป็นกล่องดนตรี นอกจากทางร้านจะช่วยลูกค้าออกแบบขนาด รูปลักษณ์ของกล่อง และเปิดโอกาสให้ลูกค้าละเลง (ระบาย) สีเองได้ตามความพอใจแล้ว ลูกค้ายังสามารถเลือกเพลงของกล่องดนตรีได้จากรายการเพลงที่ทางร้านมีให้อีกด้วย นับว่าเลือกได้ทุกอย่าง น่าสนใจจริงๆ            

 

กับอีกตัวอย่างหนึ่งของกล่องดนตรีใส่ของได้ ลิงไม้ระบายสีสวย นั่งเรียบร้อยอย่างนี้ให้ความรู้สึกน่ารักๆ เพิ่มขึ้นกับกล่องไม้สไตล์ minimal ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว

เหมาะสำหรับให้กับคนพิเศษแทนความรู้สึกคิดถึงได้ดีเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คุณ ดรีม เจ้าของร้าน B-Live ผู้ใจดี  โทร: 089-433-1250 email: kanitkan@msn.com  

ภาพข่าว: CM Music Box in Tokyo

May 28, 2008

ทีมงาน CM Music Box เดินทางเพื่อเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Thai Festival ที่สวนสาธารณะโยโยกิ ย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในบรรยากาศฝนตกพรำๆ ทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขายเปียกปอนไปตามๆ กันแต่ก็ยังซื้อขายกันอย่างครึกครื้น               งาน Thai Festival จัดโดยทางกงสุลไทยในกรุงโตเกียว เป็นงานออกร้านแบบไทยๆ มีทั้งร้านอาหารและร้านขายของทั้งจากเมืองไทยและที่อยู่ในญี่ปุ่นเอง งานจัดขึ้นในสวนสาธารณะ "โยโยกิ (Yoyogi)" ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าฮาราจูกุ เพียงเดิน 5 นาทีก็ถึง ในบรรยากาศฝนตกพรำๆ ทั้งวันทั้งคืนต้อนรับบรรดาคณะพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยให้ต้องใจเสีย (ว่าจะมีคนมาเดินหรือเปล่า) ผลปรากฏว่าคนญี่ปุ่นไม่กลัวฝน ฝนตกก็กางร่มออกมาเที่ยวงานกันอย่างคับคั่งและครึกครื้น เล่นเอาพ่อค้าแม่ขายไม่ต้องทานข้าวหรือเข้าห้องน้ำกันเลยทีเดียว ทาง CM Musicbox ก็ได้นำสินค้าไปลองตลาดดูว่างานออกแบบของเราจะเป็นที่ต้องตาถูกใจชาวปลาดิบหรือไม่ ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว  ชมภาพในงานได้ใน blog พันธมิตร ที่นี่

Best of the best from Sankyo

May 27, 2008

72 Note Orpheus in Silver

กล่องดนตรี Sankyo ซี่รี่ส์ Orpheus แบบ 72 โน๊ต สีเงิน

สินค้านำเข้าตัวใหม่จากญี่ปุ่น กล่องดนตรี Sankyo ซีรี่ส์ Orpheus แบบ 72 โน๊ต สีเงิน เพลงที่มี คือเพลง Canon in D แต่งโดย Pachelbel (เพลงเดียว 3 ท่อน) และแบบ 3 เพลง คือเพลง The Magic Flute "Der Vogerlfanger Bin lc Ja", Eine Kleine Nachtmusik "Munuet", และ Turkish March (ทั้ง 3 เพลงแต่งโดย Amadeus W. Mozart)

หมายเหตุ: เครื่องแบบ 72 โน๊ต โดยทั่วไปจะบรรจุเมโลดี้ได้สามชุดด้วยกัน บางชิ้นจะมีเพลงเดียว เล่นต่อเนื่องกันไปจนจบเพลง บางชิ้นจะมี 3 เพลง

สีเงิน (Silver) ของ Orpheus ตัวนี้ให้ความรู้สึกทันสมัยถ้าเอาไปเทียบกับสีทองแบบ traditional ภาพข้างล่างนี้แสดงให้เห็นว่าตลับลาน (Spring Housing) นั้นเงาวับงับตาขนาดไหน สะท้อนให้เห็นถึงลายของกล่องไม้ด้านล่างกับสีแดงของผ้าปูโต๊ะ

 

 

 

 

 

 

 สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาโทรติดต่อ วีระชัย 081-473-8995 หรือติดต่อ leng99@hotmail.com นะครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับ

ทำเพลงของคุณเอง

May 27, 2008

ทำเพลงของคุณเอง (Customized Tunes)

เพลงโรงเรียน เพลงสถาบัน ของชำร่วยบริษัท งานแต่งงาน ฯลฯ

CM Music Box รับทำกล่องดนตรีเป็นเพลงที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเพลงสถาบัน องค์กร เพลงพระราชนิพนธ์ ตลอดจน เพลงฮิต เพลงป๊อบ ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 

  • จำนวนสั่งทำขั้นต่ำ 1,000 ชิ้น (สำหรับรุ่นมาตรฐาน 18 โน๊ต – สำหรับรุ่นอื่นๆ ติดต่อเรา)
  • ลูกค้าให้ไฟล์มีดี (MIDI files) ของเพลงที่ต้องการ หรือ โน๊ตเพลง (ถ้ามี) โดยทั่วไปอยู่ที่ 15 วินาที
  • ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ในการทำตัวอย่างเสนอ (Demo)
  • โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการ Arrange ดนตรี และทำตัวอย่าง (Demo) อยู่ที่ $400 (U.S.Dollar) — ทั้งนี้ให้ติดต่อเราเพื่อตรวจสอบฐานข้อมูลเพลงที่เรามี บางเพลงที่เรามีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ค่าใช้จ่ายในการ Arrange ดนตรี และทำ Demo (1 ชิ้น) ต้องจ่ายก่อน ไม่มีข้อยกเว้น และไม่รวมราคาในการผลิตตัวเครื่องกล่องดนตรี ทั้งนี้ทางบริษัทรับประกันในคุณภาพของเสียงและคุณภาพของชิ้นงานทุกชิ้น
  • ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้เพลงนั้นๆ ทางเราสามารถติดต่อประสานงาน หรือดำเนินการแทนได้ คิดค่าใช้จ่ายตามจริง (ถ้าเป็นเพลงของสถาบัน หรือเพลงขององค์กร จะต้องมีเอกสารอนุมัติจากสถาบันหรือองค์กรเจ้าของเพลง)
  • ลูกค้าธุรกิจ สามารถติดต่อเพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนลดพิเศษได้

 

รายการเพลง ปี 2008 ฟังได้ที่นี่

May 16, 2008

รายการเพลง (Tune List)

รายการเพลง (tune list) นี้เป็นเพลงที่เรานำเข้ามาจากญี่ปุ่นมีไฟล์เพลงให้ฟังได้ สามารถเลือกเพื่อนำมาทำกล่องดนตรีได้ เพลงที่มาใหม่ ได้แก่ Endless Love, Canon in D และ Harry Potter ทั้งหมดนี้เป็นเพลงสำหรับเครื่องรุ่น 18 โน๊ตมาตรฐาน (รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกล่องดนตรี คลิ้กที่นี่, โมเดลเครื่อง 18 โน๊ต คลิ้กที่นี่ ) สำหรับรุ่นอื่นๆ กรุณาสอบถามเพิ่มเติม

    1.Amazing Grace

    Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

    2.A Time for Us (Romeo & Juliet)

    Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

มนต์เสน่ห์ของ “โอทารุ”

May 13, 2008

 

 

 

 

 

 

 

เมืองโอทารุ เป็นเมืองท่าเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น บนเกาะฮ็อกไกโด สามารถไปได้โดยการนั่งรถไฟจากซับโปโรไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราวครึ่งชั่วโมง เมืองโอทารุมีคลองที่สวยงาม และบ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกในสมัยโบราณ จึงทำให้ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวในแถบซัปโปโรจะไม่ยอมพลาดที่จะแวะไปยังเมืองนี้ นอกจากบ้านเรือนสไตล์ตะวันตกกับพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่โอทารุรับมาแล้ว โอทารุยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับ กล่องดนตรี (Musicbox) เครื่องแก้ว (Glassware) กับ เซรามิกส์ (Ceramics) อีกด้วย  

กำเนิดกล่องดนตรี

May 13, 2008

 

 

เมื่อราวๆ สองร้อยกว่าปีมาแล้ว (คศ. 1776) ช่างทำนาฬิกาคนหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมือง Geneva Antoine Favre ได้ทดลองนำกลไกในการสร้างเสียงเข้าไปติดตั้งในนาฬิกาพก ขวดน้ำหอม และจี้ห้อยคอ โดยกลไกของสิ่งประดิษฐ์ที่เขาสร้างขึ้นนี้ใช้สิ่งที่เรียกว่า “หวี ดนตรี (music comb)” หวีดังกล่าวสร้างขึ้นจากเหล็กชุบแข็ง ซี่ของหวีแต่ละซี่จะมีความสั้นยาวไม่เท่ากันซึ่งทำให้เมื่อถูกดีดจะเกิดเสียงก้องกังวานเป็นเสียงโน๊ต ดนตรีที่สูงต่ำแตกต่างกันออกไป ทรงกระบอกอันหนึ่งจะถูกนำมาติดตั้งใกล้ๆ กับหวีดังกล่าวและถูกบังคับให้หมุนด้วยอัตราเร็วคงที่ บนทรงกระบอกนั้นจะมีเข็มเล็กๆ มากมายปักอยู่เพื่อทำหน้าที่ในการดีดซี่เหล็กของหวี ตำแหน่งต่างๆ ในการวางเข็มลงบนทรงกระบอกก็ถือได้ว่าเป็นความคิดแรกๆ ของมนุษย์ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว

กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก (Cylinder Music Boxes) อนุญาตให้ผู้ฟังสามารถเพลิดเพลินกับดนตรีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่น – ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากสำหรับคนสมัยนั้น อย่าลืมว่าเวลานั้นถ้าอยากฟังดนตรีก็ต้องมีคนเล่นดนตรีให้ฟัง – ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในเวลานั้นก็คือกล่องดนตรีหนึ่งเครื่องจะเล่นเพลงได้เพียงเพลงเดียวเท่านั้น! ภายหลังจึงได้เกิดแนวคิดของการแบ่งแทร็คของบนทรงกระบอกพร้อมๆ กับขยายช่องว่างระหว่างซี่หวี เพื่อที่จะทำให้แทร็กของเข็มเข้าไปสัมผัสกับซี่หวีได้ทีละแทร็ก วิธีนี้ทำให้เราสามารถฟังเพลงได้หลายเพลงโดยใช้ทรงกระบอกเพียงหนึ่งกระบอก ในเวลานั้นเราสามารถฟังเพลงได้มากที่สุดถึง 12 เพลงต่อหนี่งกระบอกเลยทีเดียว

กล่องดนตรีแบบทรงกระบอกบางรุ่นก็พัฒนาให้สามารถเปลี่ยนกระบอกดนตรีได้ เรียกว่าแบบ Interchangeable Cylinder Music Box ถือเป็นยุครุ่งเรืองของกล่องดนตรีแบบนี้เลยทีเดียว

กว่าจะมาเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก

May 13, 2008

“เพลงในตอนนั้นคือ เพลง “Butterfly”

แต่เสียงของมันกลับฟังดูเหมือนใครสักคนกำลังเคาะก้นของถังน้ำอยู่

มันฟังดูทึบๆ ตันๆ อย่างไรบอกไม่ถูก 

 

การผลิตกล่องดนตรีแบบลองผิดลองถูกที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเวลานั้นเป็นการผลิตกล่องดนตรีแบบทรงกระบอก
 

 

อ้างอิงตามคำบอกเล่าของนายอากิฮิโกะ อิซากะ จากสำนักงานใหญ่ฝ่ายเทคโนโลยีและวิศวกรรมของบริษัท Sankyo Seiki “ความพยายามประการแรกของพวกเราในการที่จะปรับปรุงคุณภาพของเสียงก็คือการปรับปรุงรูปร่างของฟันเหล็กของแผ่นสั่นสะเทือนถ้าฟันของหวีมีความหนามากเกินไปเสียงที่ได้ก็จะออกมาแข็ง แต่ถ้าฟันของหวีบางเกินไปเสียงที่ได้ก็จะออกมานิ่มเกินไปพวกเราทำงานหนักมากเพื่อที่จะได้รูปร่างและความหนาที่เหมาะสมของฟันหวีเหล่านั้นปัญหาต่อไปที่พวกเราต้องเจอกเกี่ยวข้องกับการกำจัดเสียงรบกวน(Noise) โดยคุณลักษณะทางกลไกของกล่องดนตรีแล้ว ปัญหานี้ถือได้ว่าแก้ยากมากๆ เลยทีเดียว”ปัญหาที่ว่าก็คือ เมื่อฟันของหวีนั้นถูกดีดและเริ่มที่จะสั่นสะเทือนเพื่อทำให้เกิดเสียง มันจะกินช่วงเวลาในการกำเนิดเสียงสักพักนึงเลยทีเดียว แต่ก่อนที่มันจะหยุดสั่นสะเทือนนั้น เข็มอันถัดไปก็ใกล้เข้ามาเพื่อที่จะทำหน้าที่ดีดตัวโน๊ตถัดไป การรบกวนกันของเสียงตัวโน๊ตสองตัวนี้แหละที่ทำให้เกิดเสียงรบกวนขึ้นมาในเพลง การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้โดยการติดตัวลดการกระทบกัน (Damper)ไว้ด้านล่างของฟันหวี ทั้งนี้วัสดุที่นำมาใช้เป็นตัวลดการกระแทกก็มีคุณลักษณะพิเศษของมันอีกด้วย

 

“ทุกวันนี้ตัวลดการกระแทกของเราเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ แต่เมื่อตอนนั้นพวกเราได้พยายามพัฒนากล่องดนตรีของพวกเราโดยการใช้ขนไก่ และนั่นเป็นที่มาของข่าวลือร้ายๆ ว่าตั้งแต่โรงงานของพวกเราเริ่มเปิดดำเนินการ บรรดาไก่ที่ถูกเลี้ยงไว้รอบๆ โรงงานนั้นค่อยๆ หายตัวไปอย่างลึกลับ ” คุณอิซากะพูดเรื่องนี้พร้อมๆ กับหัวเราะกับความทรงจำนั้น

เมื่อกล่องดนตรีได้รับการพัฒนาเรื่องเสียงให้ดีแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำตัวเครื่องดนตรีวางลงในชิ้นงานโมเซอิกไม้ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างปราณีตบรรจงในสไตล์งานหัตถกรรมพื้นบ้านของเมือง “ฮาโกเนะ” มันเป็นช่วงเวลาราวๆ ปลายปี ค.ศ. 1948 กว่าบริษัทจะพร้อมทำการส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ ในเวลานั้นกล่องดนตรีเป็นสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาเหล่าทหารอเมริกันที่มาญี่ปุ่นในเวลานั้น สิ่งนี้ได้ทำให้กล่องดนตรีเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามช่วงเวลาของกล่องดนตรีนั้นกำลังจะหมดลงพร้อมๆ กันทั่วทั้งโลก


Disc Musicboxช่วงปลายของศตวรรษที่
18 กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก(Cylinder Type) ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากชิ้นส่วนอะไหล่ของนาฬิกานั้นถือเป็นสินค้าที่หรูหรามีระดับมาก ชิ้นงานมักจะถูกออกแบบควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุอย่างดีและศิลปะที่ใช้ก็เป็นศิลปะชั้นสูงด้วย การเกิดขึ้นของกล่องดนตรีแบบจาน (Disc Type) ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19

นั้นได้เพิ่มบทบาทของกล่องดนตรีให้แพร่หลายมากขึ้นด้วยความสามารถในการเปลี่ยนเพลงได้
อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีแรกของศตวรรษที่ 20 สิ่งประดิษฐ์ของโทมัส อัลวา เอดิสัน ที่เรียกว่า “โฟโนกราฟ (Phonograph)” - โฟโนกราฟก็คือสิ่งประดิษฐ์ที่ภายหลังได้พัฒนากลายไปเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั่นเอง

 

กล่องดนตรีนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก (Cylinder) และกล่องดนตรีแบบจาน (Disc Type) ในกล่องดนตรีแบบทรงกระบอกนั้น เข็มเล็กๆ จะถูกนำมาติดกับทรงกระบอกเสียงที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่เข็มเล็กๆเหล่านั้นทำการดีดซี่ที่มีความยาวแตกต่างกันของหวีเหล็กเราอาจจะเรียกหวีเหล็กอันนี้ในภาษาเทคนิคได้ว่า “แผ่นกำเนิดการสั่น (Vibrating Plate)” – สำหรับในกล่องดนตรีแบบจานนั้นแผ่นจานเหล็กจะทำหน้าที่ในการหมุนจานเกียร์เล็กๆ ที่มีชื่อว่า “ล้อดาว (Star Wheels)” ที่ซึ่งทำหน้าที่ในการดีดซี่เหล็กของหวีอีกที

ประวัติกล่องดนตรี

May 6, 2008

  • กล่องดนตรีมีต้นกำเนิดมาจากระฆังในโบสถ์ที่ใช้ตีเพื่อบอกเวลา คล้ายๆ กับระฆังวัดบ้านเรา แต่ระฆังโบสท์แต่ละใบจะมีเสียงสูงต่ำแตกต่างกัน เวลาตีแล้วจะได้ยินเป็นเสียงเพลง เพลงหนึ่งที่ดังมากๆ และยังถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายมาจนทุกวันนี้ก็คือเพลงเวสมินเตอร์ ชาร์ม (Westminster Chimes) นั่นเอง
  • ปี ค.ศ. 1796 นาย อองตวน ฟาเวร่ (Antoine Favre) ชาวเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นำเทคนิคสร้างเสียงเพลงจากระฆังนี้มาดัดแปลง โดยใช้แท่งโลหะและลูกตุ้มไปติดแทนแล้วเชื่อมโยงด้วยหมุดเหล็ก พัฒนาให้เป็นนาฬิกาเสียงดนตรี
  • ปี ค.ศ. 1802 นายอองตวน ฟาเวร่ ได้นำผลงานประดิษฐ์ดังกล่าวมาย่อส่วนใส่ลงในกล่องยานัตถุ์ เป็นกล่องยานัตถุ์เพลง (Music snuff box) ซึ่งถือเป็นต้นแบบของกล่องดนตรีในเวลาต่อมา
  • ปีค.ศ.1815 ทั้งกรุงเจนีวา(Geneva)และเมืองสเต-ครัวซ์ (Santa Croix)กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตกล่องดนตรี โดยนายเดวิด เลอคูลเทรถือเป็นนายช่างคนแรกที่นำโลหะทรงกระบอกมาใช้ตรึงหมุด (Pinned Cylinder)ในกล่องเพลงเป็นคนแรกทั้งเป็นคนเพิ่มซี่เหล็กทำเสียงดนตรีออกเป็น 5 ซี่ เพื่อเพิ่มเสียงตัวโน้ตมากขึ้น
  • ขณะเดียวกันพี่น้องตระกูลนิโคลก่อตั้งโรงงานผลิตกลอ่งดนตรีชื่อ นิโคล-เฟรเรส์ พัฒนาเทคนิคทำกล่องเพลง เช่นใช้ไม้ผลมาทำเป็นตัวกล่องให้สวยงาม และใช้ตัวควบคุมการทำงานของดนตรี 3 ตัว (ตัวเปลี่ยนเสียงเพลง ตัวเริ่มและหยุดเสียง และตัวหยุดเสียงทันที)นอกจากนี้ยังประดิษฐ์ตัวไขลานติดไว้ที่ด้านซ้ายของกล่อง (บริษัทนี้มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน)
  • ในช่วงปี ค.ศ. 1850-1870 ถือเป็นช่วงที่มีการประดิษฐ์กล่องดนตรีที่ประณีตที่สุดทั้งในด้านเสียงเพลงและตัวกล่อง จากนั้นในช่วงปี ค.ศ. 1880 อุตสาหกรรมการผลิตกระบอกโลหะ (Cylinder) เฟื่องฟูมาก เมื่อกล่องเพลงเป็นที่นิยมแพร่หลาย คนธรรมดาเดินดินก็ซื้อได้(ก่อนหน้านี้เฉพาะเศรษฐีหรือผู้มีอันจะกินเท่านั้นที่จะมีโอกาสเป็นเจ้าของเครื่องดนตรีชนิดนี้)
  • แต่การผลิตกล่องเพลงมาชะงักราวปี ค.ศ. 1910 เมื่อประชาชนหันไปนิยมเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เอดิสัน (Thomas A. Edison) ประดิษฐ์ขึ้น ในปี ค.ศ. 1877
  • เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจของทางยุโรปก็ซบเซาลงจนถึงขั้นขาดแคลน อุตสาหกรรมและธุรกิจกล่องดนตรีก็ค่อยๆ เลือนหายไป
  • ในปัจจุบันกล่องดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดยังคงเป็นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่บริษัทเยอรมันเองก็ไม่น้อยหน้าสามารถครองส่วนแบ่งของตลาดได้มากที่สุด

Next Page »